พญาเต่าเรือน หลวงปู่หลิว

พญาเต่าเรือน หลวงปู่หลิว

เปิดตำรา ” พญาเต่าเรือน ” หลวงปู่หลิว พร้อม คาถา อนุภาพครอบจักรวาล

เปิดตำรา ” พญาเต่าเรือน ” หลวงปู่หลิว พร้อม คาถา อนุภาพครอบจักรวาล เปิดตำรา ” พญาเต่าเรือน ” หลวงปู่หลิว พร้อม คาถา อนุภาพครอบจักรวาล

ประวัติย่อ : กล่าวถึง หลวงปู่หลิว ปณฺณดก วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม
ชื่อเดิม หลิว นามสกุล แซ่ตั้ง บุตรคุณพ่อเต่ง แซ่ตั้ง คุณแม่น้อย แซ่ตั้ง มีอาชีพ ทำไร่ ทำนา เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2448 ขึ้น 11 ค่ำ ปีมะเส็ง ที่หมู่บ้านหนองอ้อ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี มีพี่น้องทั้งสิ้น 9 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 4 คน

เมื่อหลวงปู่มีอายุราว 27 ปี ก็ได้เข้าอุปสมบท ที่ พัทธสีมาพระอุโบสถ วัดโบสถ์ ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี ประมาณเดือน 7 ก่อนเข้าพรรษา พ.ศ. 2475 ปีวอก หลวงพ่อโพธาภิรมย์ แห่งวัดบำรุงเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่ออินทร์ วัดโบสถ์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และมีพระอาจารย์ห่อ วัดโบสถ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาจากพระอุปัชฌาย์ว่า ” ปณฺณ โก ” และเมื่ออุปสมบทแล้วหลวงปู่หลิว ได้มาจำพรรษา ณ วัดหนองอ้อ หลังจากนั้นท่านก็ได้เรียนวิชาอาคม จากท่านอาจารย์หม่ง ชาวกระเหรี่ยง , หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี , หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช , และคณาจารย์อีกหลายๆท่าน ทั้งที่เป็นพระภิกษุ และฆราวาส

หลวงปู่หลิว นั้นท่านเป็นพระที่ไม่หยุดนิ่งและขวนขวายเรียนวิชาต่างๆจนท่านได้ไปจำพรรษา และบรูณปฎิสังขรณ์ ยังวัดที่ท่านได้ไปจำพรรษา คือ วัด โศก จังหวัดสุพรรณบุรี , วัดหนองอ้อ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี , และวัดไร่แตงทอง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นต้น หลังจากนั้นหลวงปู่หลิวได้กลับมาจำพรรษา ณ วัดหนองอ้อ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2540 จนท่านละสังขาน ชรา เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2543 เวลา 20.35 น. รวมอายุ 95 ปี 74 พรรษา หลวงปู่หลิว นับเป็นเกจิผู้ทรง อภิญญาและพุทธาคมสูงส่ง ท่านเป็นผู้มีเมตตา พร้อมจะช่วยเหลือผุ้ที่ตกทุกข์ได้อยาก ท่านพร้อมจะเสียสละ ให้กับบวรพุทธศาสนา ก็เปรียบเหมือนดั่งดวงประทีปของที่นั้นท่านได้ชื่อว่า ” พุทธบุตร ” ประชาชนต่างยกย่องในช่วงที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างและบรูณปฎิสังขรณ์สิ่งต่างๆ ภายในวัดนั้นๆ เช่น โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ อย่างไม่หยุดหย่อนแม้แต่น้อย และหลวงปู่หลิวได้ตั้งปณิธานด้วยสัจจะ 2 ประการ คือ
1.เลิกอบายมุข ทุกชนิด
2.เมื่อมีโอกกาสท่านจะสั่งสมบารมี ด้วยการสร้างเสนาสนะภายในวัด จนกว่าท่านจะมรณภาพไปนั่นเอง
หลวงปู่หลิว เป็นพระที่มีความสันโดษ ไม่ลุ่มหลงมั่วเมากับสิ่งของทางโลกแม้มีลูกศิษย์มากมายที่อ้อนวอนขอให้หลวงปู่รับสมณศักดิ์ทางสงฆ์
หลวงปู่หลิวจึงบอกว่า “ฉันขออยู่อย่างพระธรรมดาทั่วไปเถิด” กุฎิของหลวงปู่หลิว ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย้น ไม่มีสิ่งของราคาแพงอะไรทั้งสิ้นท่านชอบอยู่แบบสมถะยิ่งทำให้เป้นที่นับถือของคนทั่วไปอย่างมาก และมีประชาชนอีกมากมายทุกที่ทุกแห่งหนที่มาพึ่งใบบุญบารมีขอพรจากท่าน และไม่ใช่แค่มีลูกศิษย์ที่เป็นคนไทยแต่ยังมีชาวต่างชาติที่นับถือและเลื่อมใสหลวงปู่หลิวไม่น้อยไปกว่าคนไทยเลย เช่น สิงคโปร บรูไน และฮ่องกง อาหารที่ท่านฉันนั้นก็จะมี ผักต้มนิ่มๆ และมะระขี้นกแทบจะทุกมื้อ รวมถึง น้ำพริก รสไม่เผ็ด แกงเลียง ข้าวต้ม ผัดหมี่ซั่ว ผลไม้ที่ท่านชอบมากนั่นคือ ทุเรียน

นอกจากนี้ท่านจะฉันหมากอยู่เป็นประจำและยังมีอารรมณ์ขันอีกต่างหากจึงได้มีการรวบรวมเรื่องขำขันของหลวงปู่หลิวรวมกันได้ หนังสือ 1 เล่มเลยทีเดียว เมื่อกลาง ปี พ.ศ.2543 หลังจากพิธี พุทธภิเษกวัตถุมงคลรุ่นเสาร์ 5 หลังจากนั้น หลวงปู่ก็เริ่ม อาพาธด้วยโรคชรา และท่านก็เคยปรารภกับลูกหลานว่า ” ท่านเกิดที่หนองอ้อ ท่านก็อยากตายที่หนองอ้อ “
และหากว่าเมื่อถึงคราที่ท่านต้องจากไปก็อย่าได้ หน่วงเหนี่ยวท่านไว้เลย เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์และนั่นเองในคืนวันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2543 เวลา 20.35 น. หลวงปู่หลิวท่านได้ละสังขารไปอย่างสงบท่ามลูกศิษย์ลูกหาที่มาดูใจเป็นครั้งสุดท้ายที่กุฎิของท่าน ณ วัดหนองอ้อ อำเภอโพธาราม จังหวัด ราชบุรี รวมอายุ 95 ปี 74 พรรษา

” พญาเต่าเรือน ”
มาถึงวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างไว้ให้คนรุ่นหลังได้บูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นก็คือ พญาเต่าเรือน และทำไมต้องเป็นพญาเต่าเรือน
หลวงปู่ท่านเคยบอกไว้ว่าท่านอยากสร้างวัตถุมงคลที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครท่านจึงนึกถึงเต่าเพราะว่าเต่าเป็นสัตว์ที่อายุยืนยาว
เต่าเป็นสัตว์ที่มีศีลธรรม และนอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังเคยเสวยพระชาติเป็นพญาเต่ามาแล้วถ้าเกิดข้อสงสัยก็ติดตามต่อเลยครับ
หลวงปู่หลิวก้ได้เล่าถึงตำนานของพญาเต่าเรือนไว้ว่า ” เมื่อสมัยพุทธกาลเก่าก่อนนั้นมีพญากาเผือกผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ริมแม่น้ำใหญ่
พญากาเผือกตัวเมียได้ออกไข่มา 5 ฟองด้วยกันในรังของมันบนต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำแห่งนั้น แต่อยู่มาวันนึงพญากาเผือกทั้งสองได้บินออกไปหากินและปล่อยให้ไข่ทั้ง 5 ฟองนั้น อยู่ในรังโดยไม่มีใครเฝ้าในวันนั้นก้ได้เกิดพายุลูกใหญ่และรุนแรงขึ้นที่บริเวณนั้นจึงทำให้ไข่ทั้ง 5 ฟอง
ถูกพายุพัดจนตกลงไปในแม่น้ำแล้วลอยแยกกันไปคละทิศคละทางและไข่พญาเผือกได้ถูกเก็บไปเลี้ยง โดยสัตว์ชนิดต่างๆ ได้แก่
ไข่ฟองแรก เต่านำไปเลี้ยง
ไข่ฟองที่สอง พญานาคเอาไปเลี้ยง
ไข่ฟองที่สาม พญาราชสีห์นำไปเลี้ยง
ไข่ฟองที่สี่ โคนำไปเลี้ยง
ไข่ฟองที่ห้า งูไปนำเลี้ยง
ไข่แต่ละฟองนั้นเมื่อถูกนำไปเลี้ยงก้ได้มีพระโพธิสัตว์มาเสวยพระชาติเป็นสัตว์ตามผู้ที่เก็บไปเลี้ยงดู เช่น
ไข่ฟองแรก เต่าเก็บไปเลี้ยงพระโพธิสัตว์ก็มาเสวยเป็นเต่า
ไข่ฟองที่สอง พญานาคเก็บไปเลี้ยงพระโพธิสัตว์ก็มาเสวยเป็นพญานาค
ไข่ฟองที่สาม พญาราชสีห์เก็บไปเลี้ยงพระโพธิสัตว์ก็มาเสวยเป็นพญาราชสีห์
ไข่ฟองที่สี่่ โคเก็บไปเลี้ยงพระโพธิสัตว์ก็มาเสวยเป็นโค
ไข่ฟองที่ห้า งูเก็บไปเลี้ยงพระโพธิสัตว์ก็มาเสวยเป็นงู

และในเวลาต่อมาพระโพธิสัตว์ทั้ง 5 พระองค์ได้มาเกิดใหม่ในชาติสุดท้ายเป็นพระพุทธเจ้าตามลำดับดังนี้
พระพุทธเจ้าพระองค์แรกทรงพระนามว่า กะกุสันโธ
พระพุทธเจ้าองค์ที่สอง ทรงพระนามว่า พระโกนาคมโน
พระพุทธเจ้าองค์ที่สาม ทรงพระนามว่า กัสสโป
พระพุทธเจ้าองค์ที่สี่ ทรงพระนามว่า โคตาโม
ระพุทธเจ้าองค์ที่ห้า ทรงพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรโย (ซึ่งยังไม่ประสูติ)
พระพุทธเจ้าแต่ละองค์ก่อนจุติต้องเสวยชาติเป็นพระดพธิสัตว์ เป็นสัตว์หรือเป็นมนุษย์เพื่อบำเพ็ญประโยชน์และสร้างบารมีมาแล้วเป็นร้อยเป็นพันชาติ หรือเป็นมามากกว่านั้น “พญาเต่าเรือน” จึงเป็นชาติหนึ่งของพระโพธิ์สัตว์ที่เสวยพระชาติบำเพ็ญบารมี ฉะนั้นหลวงปู่หลิวจึงเล็งเห็นว่า พญาเต่าเรือนนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลท่านจึงนำมาเป็นแบบวัตถุมงคลและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงสำหรับชาวประชาที่ศรัทธาและเลื่อมใสของหลวงปู่หลิว


พญาเต่าเรือน ใช้บูชากันได้ร้อยแปดประการ ทั้งด้านเมตตามหานิยม แค้ลวคลาด คงกระพันชาตรีและ สู้คดีความฯ
พระคาถาที่ใช้อารธนานั้นมีหลายบทด้วยกัน แต่อันนี้เป็นแค่บทนึง ใช้เมื่อตกในในอันตรายให้นึกถึงหลวงปู่หลิวแล้วสวดมนต์ภาวนาคาถาดังนี้
” ตั้ง นะโม 3 จบ แล้วต่อด้วย นะมะพะทะ นาสังสิโม สังสิโมนา สิโมนาสัง โมนาสังสิ นะอุทะกะ เมมะอะอุ ” แล้วให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพระบารมีพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่เสวยพระชาติเป็นพญาเต่าเรือนให้ช่วยพ้นภัยอันตรายที่รปะสบอยู่สำหรับตัวคาถา 4 ตัวคือ นาสังสิโม นั้นท่านว่าเป็นหัวใจของพญาเต่าเรือน นั่นเอง

ผมก็เป็นอีกคนที่ศรัทธาและเลื่อมใสในหลวงปู่หลิวข้อมลูที่ผมนำมาก็อาจมีทั้งถูกและผิดไปบ้าง ท้ายนี้ขอให้อภัยกันด้วยนะครับ

สามารถติดตามข่าวหวย ได้ที่นี่ HAHUAY.COM เล่นกิจกรรมได้แล้วที่นี่ LINE : @HAHUAY

ดู บอล ออนไลน์ได้ที่ : www.duball.io
ดูผล บอล สามารถเช็คผลสกอร์ บอล สดๆได้ที่ : www.livescoresod.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *